พวกเราส่วนใหญ่รู้ว่าการคืนเงินคืออะไร – การคืนเงินให้กับลูกค้าจากผู้ขาย เมื่อลูกค้าส่งคืนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อไป เนื่องจากเหตุผลหลายประการ
ในทำนองเดียวกันการปฏิเสธการชำระเงินเกิดขึ้น เพื่อคืนเงินให้กับลูกค้าเช่นเดียวกัน
แต่อย่างไรก็ตามการปฏิเสธการชำระเงินมักไม่ค่อยได้ยินกันมากนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะเกิดขึ้นเฉพาะในโอกาสที่เลวร้ายเท่านั้น
ในระยะสั้นการคืนเงินจะกระทำโดยสมัครใจ ในขณะที่การปฏิเสธการชำระเงิน จะดำเนินการโดยหน่วยงานและจะถูกเรียกเก็บค่าปรับ
การปฏิเสธการชำระเงินสามารถใช้ได้กับการทำธุรกรรมบัตรเครดิตเท่านั้น ในขณะที่การคืนเงินสามารถเกิดขึ้นได้กับวิธีการชำระเงินในทุกช่องทาง

การคืนเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิเสธการชำระเงิน

หากลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อสินค้าหรือบริการและขอคืนเงิน มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับร้านค้า ที่จะต้องตรวจสอบปัญหานี้ทันที
เว้นแต่ผู้ขายจะมีเหตุผลและหลักฐานที่ชัดเจนในการปฏิเสธการขอคืนเงิน เราขอแนะนำให้คุณคืนเงินโดยเร็วที่สุด
เนื่องจากลูกค้าสามารถดำเนินการยื่นเรื่องปฏิเสธการชำระเงินได้

โปรดทราบว่าลูกค้าสามารถยื่นขอการปฏิเสธการชำระเงิน เมื่อมีการฉ้อโกง หากลูกค้าถูกเรียกเก็บเงินโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือข้อมูลบัตรถูกขโจรกรรม พวกเขาสามารถติดต่อไปยังธนาคารที่ออกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และยื่นเรื่องโต้แย้งได้

ทำไมควรหลีกเลี่ยงการปฏิเสธการชำระเงิน

ดังที่กล่าวข้างต้นการปฏิเสธการชำระเงินเกิดขึ้นในโอกาสที่เลวร้าย– เป็นกระบวนการระบายน้ำ เว้นแต่คุณจะมีหลักฐานที่ชัดเจน โดยเฉลี่ยจะใช้เวลา
180 วันในการดำเนินคดีและการลงโทษ การปฏิเสธการชำระเงิน จะถูกเรียกเก็บจากผู้ขาย หากลูกค้ายืนยันที่ยื่นเรื่องอย่างเด็ดขาด
ร้านค้าสามารถเรียกถูกเก็บเงินได้สูงสุด 500 USD แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด

Card schemes กำหนดอัตราการปฏิเสธการชำระเงินรายเดือน 1% สำหรับผู้ค้าอีคอมเมิร์ซ ร้านค้าที่มีอัตราส่วนการปฏิเสธการชำระเงิน
1% หรือมากกว่านั้นเป็นรายเดือนอาจถูกลงโทษจาก Card schemes และความเสี่ยงที่จะสูญเสียการใช้บัตรออนไลน์กับธนาคาร

รายชื่อของผู้ค้าจะถูกบันทึกไว้ในระบบ และจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ในการพยายามที่จะรับชำระเงินจากบัตรเครดิตออนไลน์
เพราะธนาคารผู้ให้บริการ สามารถตรวจสอบฐานข้อมูลได้ จากฐานข้อมูลที่เดียวกัน

อัตราส่วน 1% จากจำนวนการปฏิเสธการชำระเงิน (แต่ละธุรกรรม) เทียบกับการทำธุรกรรมทั้งหมด ที่ดำเนินการตลอดเดือนที่ระบุ

ตัวอย่างเช่น :

ผู้ขายดำเนินการธุรกรรม 1,000 รายการในเดือนมกราคม และมี 10 รายการที่ถูกปฏิเสธการชำระเงินในเดือนเดียวกัน

ดังนั้น 10/1000 = 1%

เป็นสิ่งสำคัญสำหรับร้านค้าที่จะต้องดูบันทึกการปฏิเสธการชำระเงินของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และดำเนินการทันที แก้ไขทันที
เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บเงินคืน นี่คือสาเหตุที่ผู้ค้าต้องชำระเงินคืโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ลูกค้า ที่ไม่พึงพอใจไม่ยื่นเรื่องการปฏิเสธการชำระเงิน

ความแตกต่างระหว่างการปฏิเสธการชำระเงินและการคืนเงิน

การปฏิเสธการชำระเงิน     การคืนเงิน
การทำทุจริต
ผู้ขายปฏิเสธที่จะคืนเงิน
ไม่สามารถติดต่อผู้ขาย  
ทำไมจึงเกิดขึ้น?สินค้าเสียหายหรือไม่เป็นที่พอใจ
ผลิตภัณฑ์ไม่ตรงตามที่ระบุไว้
ไม่มีการจัดส่ง  
ลูกค้าติดต่อไปที่ธนาคารใครเกี่ยวข้องบ้าง? ลูกค้าติดต่อไปที่ผู้ขาย
ลูกค้ายื่นเรื่องติดต่อไปยังธนาคารผู้ออกบัตร
และส่งใบเสร็จรับเงินและหลักฐานการโต้แย้งหรือการทุจริต
ขั้นตอนคืออะไร? ลูกค้าติดต่อไปยังผู้ขาย
และให้เหตุผลพร้อมใบเสร็จรับเงิน
ธนาคารหรือ schemeใครเป็นผู้อนุมัติ?ผู้ขาย
ใช่ – เมื่อได้รับการอนุมัติ
ค่าธรรมเนียมจะถูกเรียกเก็บไปยังผู้ขาย อาจสูงถึง 500 USD หากคดีเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ
ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม? ใช่ – มีการเรียกเก็บจากผู้ขาย แต่ราคาจะถูกมาก
ประมาณ 180 วันโดยเฉลี่ย ใช้เวลานานเท่าไหร่?1 วัน – 1 สัปดาห์ โดยเฉลี่ย
อาจจะไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากเอกสาร นโยบายที่ระบุบนหน้าเวปไซต์ และหลักฐานการทำทุจริตหรือข้อพิพาทการที่จะไม่อนุมัติ? อาจจะไม่ได้รับการอนุมัติ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายการคืนเงิน